ข่าว:
 
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
+  AC106
|-+  AC106 Webboard
| |-+  ห้องรับรอง(แวะเข้ามาทักทายกันได้ในบอร์ดนี้ครับ) (ผู้ดูแล: ชายในฝัน)
| | |-+  ถึงเวลาฟื้นสมรรภภาพตับ
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ถึงเวลาฟื้นสมรรภภาพตับ  (อ่าน 1441 ครั้ง)
jabuff07
Full Member
***
กระทู้: 138


ท่านขรัว แห่งลุ่มน้ำบางพลี


อีเมล์
« เมื่อ: สิงหาคม 17, 2009, 10:33:44 AM »

ถึงเวลาฟื้นสมรรภภาพตับ



ยามเข้าพรรษาคือ หน้าเลิกเหล้า มีหลาย ๆ คนอดเหล้าได้ในระยะนี้
แต่ก็แปลกเลิกได้เพียงปีละสามเดือน พอออกพรรษาก็ไปดื่มแอลกอฮอล์กันใหม่

ไหน ๆ คนไทยก็มีประเพณีเลิกเหล้าเข้าพรรษา ก็น่าจะถือโอกาส 3 เดือน ใน 1ปีนี้เอง
มาฟื้นฟูสมรรถภาพของตับให้กลับคืนมาดังเดิมด้วย

ตับของเรามีหน้าที่สำคัญ ๆ มากมาย เช่น ย่อยสลายไขมันที่เรากินเข้าไป ให้แตกตัวแล้วซึมเข้าสู่ร่างกาย
ให้ตัวเราเอาไปใช้ หน้าที่ของตับที่สำคัญยิ่งอีกอย่างหนึ่งคือ การขับสารพิษออกจากร่างกาย
ไม่ว่าคอเลสเตอรอลที่ล้นเกิน สารเคมี หรือ ของเสียอื่นที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย
ตับจะทำหน้าที่ดึงเอาสารพิษเหล่านี้ ออกจากกระแสเลือด แล้วขับออกนอกร่างกายทางน้ำดีและไต

แอลกอฮอล์เป็นสารที่ร่างกายไม่พึงประสงค์ ดังนั้น เมื่อเรากินเข้าไป
ตับจึงต้องทำหน้าที่ดึงเอาเหล้าออกมาจากกระแสเลือดตามหน้าที่ของมัน
แต่การดึงเอาสารพิษออกมาจากเลือด สารพิษก็ยังคงเป็นสารพิษ มันจะทำลายเนื้อตับให้พังได้
ดังนั้น คนดื่มเหล้ามาก ๆ จึงไม่พ้นที่จะมีอาการตับแข็ง เพราะแอลกอฮอล์จะไปทำลายเนื้อตับบางส่วนให้เสียไป
เนื้อตับส่วนที่เสียจะกลายเป็นพังผืด ทำให้ตับของคนดื่มเหล้ามีขนาดเล็กลง และแข็งกว่าเดิม
แต่ถ้าหยุดเหล้าได้ทันท่วงที และซ่อมบำรุงตับของเราเสียบ้าง ก็จะสามารถถนอมตับของเราให้ใช้ไปได้นาน ๆ


วิธีฟื้นฟูสมรถภาพของตับ ทำได้ดังนี้

1. ดื่มน้ำผลไม้คั้นสด ๆ
อาหารที่จำเป็นสำหรับการซ่อมบำรุงตับของเราได้แก่ อาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต
คุณคงเคยได้ยินมาแล้วว่าหากเป็นโรคตับ ควรกินน้ำหวาน
น้ำตาลนั่นแหละคือ คาร์โบไฮเดรตที่จำเป็นสำหรับการซ่อมสร้างตับ
แต่ในทางธรรมชาติบำบัดไม่สนับสนุนให้กินน้ำตาลหวาน ๆ ในที่นี้ หากใช้น้ำผลไม้คั้นสด ๆ แทนจะดีกว่า
คนติดเหล้าจำนวนหนึ่งไม่ชอบกินข้าว เพราะดื่มเหล้าก็อิ่ม
แอลกอฮอล์ เมื่อเข้าสู่ร่างกาย ส่วนหนึ่งกลายไปเป็นน้ำตาล ทำให้คนดื่มเหล้าอยู่ได้โดยไม่ต้องกินข้าว
พอเลิกเหล้า บางคนก็ยังมีความเคยชินไม่กินข้าวอยู่ ทำให้ร่างกายยิ่งทรุดโทรม อ่อนเพลียไม่มีแรง
ดังนั้น ในระยะนี้จำเป็น ที่คนเลิกเหล้าต้องกินอาหารประเภทแป้งและน้ำตาลเข้าไปด้วย


2. ต้องกินข้าวกล้อง
ตับต้องการวิตามินบีหลายตัวเข้าไปซ่อมสร้างตัวเอง และวิตามินบีเหล่านี้ได้มาจากข้าวกล้อง
หากจะเลิกเหล้า ก็หันมากินข้าวกล้องแทนข้าวขาว ก็จะได้ประโยชน์มากยิ่งขึ้น
โดยไม่จำเป็นต้องหันมากินวิตามินบีเป็นเม็ด


3. ให้ตับพักงานเสียบ้าง
ตับมีหน้าที่หลายอย่าง ถ้าตับถูกแอลกอฮอล์ทำลายมาหลายเดือนแล้วก็ควรให้มันได้พัก ซ่อมแซมตัวเองบ้าง
ทีคนยังมีวันพักร้อนเลย วิธีลดการทำงานของตับลงคือ ตัดการทำงานที่ไม่จำเป็นลง
นั่นคือ งดกินของมัน ๆ งดนม ผลิตภัณฑ์จากนม งดครีมเทียม งดกะทิ
ไม่กินของทอด ของผัดเลยได้ยิ่งดี เพราะอย่างน้อย ตับจะได้ไม่ต้องทำงานส่วนที่จะต้องย่อยไขมัน


4. เร่งการขับสารพิษของตับ
ก็บอกแล้วว่าแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปยังคงค้างอยู่ในเนื้อตับ
หากอยากเร่งการขับสารพิษออก ก็ต้องเร่งให้ตับขับแอลกอฮอล์ออกมาให้มากที่สุด
จะได้ทำลายเนื้อตับให้น้อยที่สุด วิธีการทำได้คือ การสวนด้วยกาแฟ
อาศัยคาเฟอีนในกาแฟไปกระตุ้นตับให้ขับสารพิษออกมาจากร่างกาย
ดังนั้น ใครอยากฟื้นฟูสมรรถภาพตับให้สวนกาแฟด้วยตนเองทุกวันในระยะนี้

สำหรับการสวนกาแฟนั้น คนรู้เรื่องกันมากแล้ว ไม่อยากเขียนซ้ำให้เปลืองเนื้อที่ แต่จำเป็นต้องย้ำในที่นี้ว่า
ความดันที่จะใช้ในการสวนกาแฟควรไม่เกิน 90 ซม. ตามข้อกำหนดของกรมแพทย์ทางเลือก
กระทรวงสาธารณสุข จึงจะปลอดภัย
หมายความว่า ก้นกระป๋องสวนกับก้นของเราควรอยู่ห่างกันตามแนวดิ่งไม่เกิน 90 ซม.


5. กินสารอาหารเสริมอื่น ๆ ได้แก่ กลูตาไทโอน โสม ขมิ้นชัน เป็นต้น โดยหาจากอาหาร
กลูตาไทโอนสามารถหาได้จากพืชผักที่มีกลิ่นฉุน
เช่น กระเทียม หอมแดง หอมใหญ่ กะหล่ำทุกประเภท ผักใบเขียว
หากหาอาหารเหล่านี้มากินได้ในระยะนี้จะช่วยฟื้นฟูตับได้มาก
หันมาตุ๋นโสม หรือกินขมิ้นชัน บำรุงตับในระยะนี้ก็ดี
ทั้งกลูตาไทโอน โสม และขมิ้นชันจะช่วยกระบวนการขับสารพิษของตับให้หมดจดยิ่งขึ้น
ในระยะนี้เราต้องการทำความสะอาดตับจากแอลกอฮล์อยู่แล้ว จึงควรหาอาหารดังกล่าวมากินเป็นประจำ
แต่ถ้าใครก็ตาม ที่ดื่มเหล้ามาตลอดปี แล้วเกิดไปตรวจเลือดพบว่า เอนไซม์ตับเพิ่มมากขึ้น
หรือมีวี่แววว่าเริ่มจะมีอาการของตับแข็งแล้ว ให้กินสารสมุนไพรชนิดหนึ่งชื่อไซลิมาริน
ซึ่งสกัดมาจากต้นมิลค์ทริสเทิล แดนดิไลออน อาร์ติโช้ก เป็นต้นร่วมด้วย
ภายใน 3 เดือน เอนไซม์ตับก็จะลดลงได้เอง

โดย พญ.ลลิตา ธีระสิริ
บทความจากขวัญเรือน ฉบับ 836

 
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=anotherside&month=06-2009&date=29&group=2&gblog=189
 
บันทึกการเข้า

****  รู้จักขอบคุณเมื่อได้รับ   ขออภัยเมื่อผิดพลาด 
             คือสิ่งที่สมาชิกกลุ่มพึงกระทำ  ****
หน้า: [1] พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.19 | SMF © 2006, Simple Machines Valid XHTML 1.0! Valid CSS!